เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 62 'กรุงเทพธนาคม' ชี้ 'โครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงดิน' โปร่งใส ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ผู้ใช้บริการสามารถประกอบกิจการได้ในอัตราที่ กสทช. กำหนด
 


  'กรุงเทพธนาคม' ชี้ 'โครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงดิน' โปร่งใส ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
(26 มิ.ย.62) ที่บริษัท กรุงเทพธนาคมจำกัด เวลา 10.30 น. : ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการสายยุทธศาสตร์และพัฒนาเมือง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงตอบกรณีข้อห่วงใยของนักวิชาการและสื่อมวลชนต่อโครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินของกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับมูลค่าของโครงการที่มีข้อกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเรียกเก็บค่าบริการในอัตราสูงเกินจริง รวมถึงความโปร่งใสในการสรรหาผู้รับเหมางาน และการสรรหาผู้ใช้บริการความจุหลัก โดยมี บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจในกำกับของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ นั้น

ขั้นตอนสรรหาผู้รับเหมา EPC ยึดหลักคุณภาพและคุณสมบัติทางเทคนิค ป้องกันการทิ้งงาน
ดร.เอกรินทร์ กล่าวว่า ทันทีที่กทม.มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นเจ้าของโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน และลงทุนเองทั้งหมด โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงมอบหมายงานเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.61 ในเดือนม.ค.62 กรุงเทพธนาคมได้ดำเนินการสรรหางาน EPC หรือการจ้างเหมาทั้งงานออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ การก่อสร้างแบบครบวงจร รวมถึงดำเนินการสรรหาผู้ใช้บริการ สรรหาแหล่งเงินทุน สรรหาที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง และผลักดันการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จทันกำหนด
สำหรับขั้นตอนดำเนินการสรรหาผู้รับเหมางาน EPC มีผู้รับเอกสารทั้งสิ้น 55 ราย ยื่นข้อเสนอ 8 ราย ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น 3 และผ่านการพิจารณาคัดเลือกเมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 จำนวน 3 ราย ซึ่งในการคัดเลือกนั้นได้มีการคัดกรองคุณภาพเบื้องต้นก่อนจะมีการยื่นข้อเสนอและคัดเลือก โดยเฉพาะคุณสมบัติทางเทคนิค และความมั่นคงทางการเงินของบริษัท เพื่อไม่ให้เกิดการทิ้งงาน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อโครงการฯ ได้ ซึ่งขณะนี้ได้ผู้ชนะงานรับเหมาก่อสร้างทั้ง 4 พื้นที่ของกรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว และพร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อให้แล้วเสร็จทันระยะเวลาที่กำหนด 2 ปี
สรรหาผู้ใช้บริการความจุใหญ่โปร่งใส มีการลงประกาศตามขั้นตอน พร้อมส่งหนังสือเชิญยื่นเสนองาน

ขณะที่ด้านการสรรหาผู้ใช้บริการความจุใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ใช้บริหารหลัก ได้ดำเนินตามขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ไม่ได้มีลักษณะการปกปิด หรือจงใจไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ จนเป็นเหตุให้มีผู้ยื่นข้อเสนอและผ่านเกณฑ์พิจารณาเพียง 1 ราย ตามที่มีการกล่าวหา โดยมีการประกาศผ่านทางหนังสือพิมพ์ต่างๆ เว็บไซต์ของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รวมถึงเปิดให้ลงชื่อแสดงเจตจำนงในการยื่นข้อเสนอใช้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งมีผู้แสดงเจตจำนง 9 ราย จากนั้นได้ส่งหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง จำนวน 16 ราย รวมเป็น 25 ราย รับเอกสารเชิญชวน 16 ราย แต่มีเพียง 1 ราย ที่ยื่นข้อเสนอ คือ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผ่านเกณฑ์คัดเลือกตามาตรฐานที่กำหนดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.62 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาเรื่องราคา แต่ยังไม่ได้มีการลงนาม หรือดำเนินการใดๆ ตามที่สื่อนำเสนอ

ทั้งนี้ รูปแบบการดำเนินโครงการไม่เข้าหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และเป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งผู้ใช้บริการความจุ มีสถานะเป็นลูกค้า และผู้ใช้บริการโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของกรุงเทพธนาคม ไม่ได้มีการให้สัมปทาน หรือมีการโอนสิทธิ์แต่อย่างใด
กสทช. เป็นหน่วยงานเดียวที่กำกับดูแลและกำหนดราคาค่าบริการ
ส่วนการกล่าวอ้างตัวเลขค่าบริการราคาสูงถึง 21,000 -27,000 บาท/ซับดัก/กิโลเมตร/เดือน นั้น ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดอัตราค่าบริการ แต่อย่างใด

เนื่องจากการกำหนดอัตราค่าบริการของโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารฯ เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำกับดูแลและกำหนดราคาโดยตรง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กสทช. จะมีมาตรการสนับสนุน และจูงใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถใช้ท่อร้อยสายสื่อสารได้ในราคาที่เป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ
ขณะเดียวกันกรุงเทพธนาคม และผู้ใช้บริการหลัก ไม่อาจเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการรายอื่นเกินกว่าอัตราที่ กสทช. กำกับและกำหนดได้ ดังนั้นข้อกล่าวหาราคาค่าบริการโครงข่ายท่อร้อยสายของกรุงเทพธนาคม จะแพงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นถึง 3 เท่านั้น ไม่เป็นความจริง
ท่อร้อยสายกทม.โครงการใหม่ ลงทุนใหม่ คุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน

การดำเนินโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินของกรุงเทพมหานคร เป็นการลงทุนใหม่ คุ้มค่ากว่า และสามารถใช้งานได้ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือ 50 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการ ขุดๆ กลบๆ อย่างที่เคยผ่านมาอีก โดยกรุงเทพธนาคมเลือกใช้เทคโนโลยีไมโครดัก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ รองรับการขยายตัวในอนาคต ประหยัดพื้นที่ใต้ฟุตบาท ไม่ได้เป็นโครงการซ้ำซ้อนกับโครงการท่อร้อยสายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีท่อร้อยสายอยู่เดิม โดยท่อของทีโอทีส่วนใหญ่อยู่ใต้ถนน อีกทั้งปัจจุบันยังไม่สามารถนำสายสื่อสารจำนวนมากลงดินได้ตามเป้าหมาย จนเกิดเป็นปัญหารกรุงรัง และเกิดอันตรายกับประชาชนที่สัญจรทั้งบนทางเท้าและถนน
ส่วนท่อเดิมที่ทีโอที และ CAT มีใช้งานอยู่นั้น กทม.ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ยังสามารถให้ใช้งานต่อได้ จึงไม่ถือเป็นการผูกขาด เพียงแต่กทม.จะดำเนินการวางโครงข่ายท่อร้อยสายใหม่ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำซ้ำซ้อน แต่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับโครงข่ายของกทม.ได้

ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ กรุงเทพธนาคม จะเปิดให้ทุกบริษัทสามารถเช่าท่อร้อยสายได้อย่างเสมอภาคในราคาที่เป็นธรรม เหมาะสม และยังเหลือเพียงพอที่จะให้บริการกับผู้ใช้บริการรายอื่นที่จะพึงมีในอนาคต ภายใต้การกำหนดราคาของ กสทช. และให้กทม.ได้ร่วมใช้ในกิจการของกทม. โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
ยืนยันทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงถึงประชาชนสูงสุด

กทม. และ กรุงเทพธนาคม ไม่ใช่องค์กรแสวงผลกำไร และไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่ผลประกอบการเป็นที่ตั้ง พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดสายรกรุงรัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อความสวยงามของเมือง ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล โอกาสนี้ กรุงเทพธนาคม ขอขอบคุณทุกความห่วงใยและข้อวิตกกังวลต่างๆ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการของบริษัทฯ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้กรุงเทพฯ เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ให้ผู้ใช้บริการสามารถประกอบกิจการได้ในอัตราที่ กสทช. กำหนด ส่งผลให้ประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับบริการปลายทาง ได้รับบริการจากโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

 

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 62 ความพยายามจัดการปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง บทความโดย : นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ
บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
 


    ความพยายามแก้จัดการปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังมีมานานแค่ไหน ใครควรจะรับผิดชอบ เหตุใดจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ทำไมรัฐบาลจึงมีนโยบายให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ? บทความโดย : นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
เป็นปัญหาที่เรียกว่าขว้างงูไม่พ้นคอจากอดีตถึงปัจจุบันที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถปักเสาพาดสายสื่อสารเพื่อวางโครงข่ายสื่อสารของตนเองเพื่อให้บริการลูกค้า แต่การดำเนินกิจการที่ขาดจรรยาบรรณและไม่ยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สร้างปัญหาให้กับสาธารณะโดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ที่มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความรกรุงรังของสายสื่อสาร เป็นทัศนอุจาดอันตรายจากการเดินหรือมอเตอร์ไซค์เกี่ยวสายไฟไหม้ ไฟไหม้สายสื่อสาร สายกีดขวางการเติบโตของต้นไม้ (ต้องคอยโดนตัดกิ่งเพื่อไม่ให้ไปโดนสายไฟสายสื่อสาร) จนดูเป็นความเคยชินและขาดสำนึกที่จะจัดการแก้ไขปัญหา มิหนำซ้ำสายสื่อสารที่ไม่มีการใช้งานก็ไม่ได้รับการปลดออก ผู้ประกอบการบางรายแอบปักเสาพาดสายโดยไม่มีการขออนุญาต ปัญหาไม่ได้เกิดแค่บนเสาเพียงอย่างเดียว บนทางเท้า ใต้ทางเท้าถูกใช้พื้นที่ตั้งตู้อุปกรณ์ ขุดเจาะวางท่ออย่างไร้ระเบียบ ในขณะที่กรุงเทพมหานครในฐานะผู้ดูแลที่สาธารณะมีหน้าที่ได้แค่อนุญาตให้ใช้และกำกับให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น การให้รื้อถอนก็แสนลำบาก เริ่มต้นเจรจากับเจ้าของทรัพย์สินให้ รื้อถอนได้รับความร่วมมือบ้างไม่ร่วมมือบ้าง

สุดท้ายต้องใช้มาตราการเข้มสุดก็ต้องทำ เช่น การรื้อถอนตู้โทรศัพท์สาธารณะบนทางเท้าที่ไม่มีการใช้งาน เป็นต้น กรุงเทพมหานครเองก็มีหลายส่วนราชการหรือหลายหน่วยงาน กรุงเทพมหานครเองก็มีหลายส่วนราชการหรือหลายหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ทางเท้าและพื้นที่ใต้ทางเท้าร่วมกันเพื่อให้บริการสาธารณะ ลองค่อยๆ นึกภาพดูว่าบนทางเท้ามีอะไรอยู่บ้าง ป้ายรถเมล์ ต้นไม้ ถังขยะป้ายโฆษณา ป้ายจราจร เสาไฟฟ้า เสาไฟแสงสว่าง เสาCCTV อีกสารพัด ส่วนใต้ทางเท้าถูกยึดครองไปด้วยท่อร้อยสายไฟฟ้า ท่อระบายน้ำ ท่อประปา ท่อร้อยสายสื่อสา ร มีทั้งขออนุญาตไม่ขออนุญาต ส่วนใหญ่ไร้พิมพ์เขียว หน่วยงานไหนวางก่อนใช้พื้นที่ก่อนได้เปรียบ วางทีหลังก็ต้องสำรวจสิ่งกรีดขวางใต้ดินหลบหลีกกันไป
การจัดการปัญหาสายสื่อสารบนเสาเพื่อนำลงท่อใต้ดิน ขืนยังให้ผู้ประกอบการแต่ละรายวางท่อร้อยสายสื่อสารด้วยตนเองในทำนองเดียวกันปัญหาใต้ทางเท้าก็ไม่ต่างอะไรกับการให้ตั้งเสาพาด สายสื่อสารกันเองอย่างแน่แท้ และในที่สุดพื้นที่บนทางเท้าและใต้ทางเท้าก็จะถูกนำไปใช้งานแบบขาดจรรยาบรรณในการทำธุรกิจอีกเช่นเคย พื้นที่ไปใช้งานแบบขาดจรรยาบรรณ ในการทำธุรกิจอีกเช่นเคย พื้นที่ที่ควรจะได้รับการบริหารจัดการ ให้ใช้งานกับระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็จะพลอยเสียโอกาสไปด้วย (นี่ยังไม่รวมถึงท่อใต้ดินของบางหน่วยงานที่หมดอายุแล้วหรือไม่ได้ถูกใช้งานแล้วยังคงถูกฝังอยู่ใต้ดินอีก
เหตุใด ทำไมกรุงเทพมหานครต้องมอบหมายให้กรุงเทพธนาคมดำเนินการมีความพยายามของหลายหน่วยงานที่จะแก้ปัญหาและขอเป็นเจ้าภาพจัดการปัญหานี้
เมื่อเดือน ม.ค. 2561 รัฐบาล คสช. ไฟเขียวแผนพัฒนา 10 ปี (2559-2568) ของกฟน.เพื่อนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ระยะทาง88.1 กิโลเมตร สมุทรปราการ 25.7 กิโลเมตร และนนทบุรี 13.5 กิโลเมตร รวมระยะทาง 127.3กิโลเมตร ในวงเงิน 48,717 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 382.6 9 ล้านบาท ตามที่ กฟน. เสนอ เพื่อไปสู่เป้าหมายให้เป็น ‘มหานครแห่งอาเซียน? แผนการจัดระเบียบสายสื่อสารแห่งอาเซียนแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน พ.ศ. 2560

โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขว้างงูไม้พ้นคอจากความพยายามจัดระเบียบสายสื่อสารรกรุงรังบนเสาไฟฟ้าไม่ได้ผ ลและเป็นไปด้วยความล่าช้า มติคณะกรรมการดีอี ครั้งที่ 4/2561 เห็นชอบในหลักการให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตกรุงเทพฯโดยกรุงเทพม หานครได้ลงนามบันทึกข้อตกลงมอบหมายภารกิจดังกล่าว ให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงที่ประชุมคณะกรรมการดีอี ครั้งที่ 5/2561

ได้มีมติเห็นชอบให้ กทม. ดำเนินการ ตามแนวทางดังกล่าวบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีนโยบายในการดำเนินงานตามภารกิจที่กรุงเทพมหานครมอบหมายโดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหามากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ (Social Enterprise) การดำเนินการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทางรวมประมาณ 2,450 กิโลเมตรในระยะเวลา 2-3 ปีค รั้งนี้ บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมน าคม จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถจัดทำท่อร้อยสายสื่อสารได้เช่นเดียวกับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น โดยเลือกรูปแบบการดำเนินงานโดยเป็นผู้สำรวจออกแบบก่อสร้างและบริหารจัดการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ โดยการลงทุนด้วยตนเองทรัพย์สินเป็นของตนเอง โดยปีที่ 3 0 จะโอนมอบทรัพย์สินให้กับกรุงเทพมหานคร (BOT: Build-Operate and Transfer)การลงทุนไม่ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรุงเทพมหานครลงทุนไม่ได้ขอรับการสนับสนุน
งบประมาณจากกรุงเทพมหานครและภาครัฐ โดยจะเรียกเก็บและกำกับอัตราค่าใช้บริการร่วมกับกสทช.และบริหารจัดการโครงให้เป็นไปตามพรบ.และระเบียบต่างๆ ในวิสัยที่ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตพึงกระทำต่อไป

- ทำไมรูปแบบที่กรุงเทพธนาคมดำเนินการจึงเป็นที่ยอมรับจากส่วนรวม
1.กรุงเทพธนาคม ถือหุ้นโดยกรุงเทพมหานคร 99.98% มี DNA ของการบริการสาธารณะที่มุ่งเน้นประโยชน์และกำไรให้กับสังคมเป็นที่ตั้ง 2.กรุงเทพธนาคม มีความคล่องตัว มีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะเป็นที่ประจักษ์ ทั้งการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ระบบรา ง การบริการสุขภาพและสาธารณสุข การจัดการพลังงาน และการพัฒนาเมือง เป็นต้น 3.มีความเป็นกลางและเป็นธรรมสามารถสร้างให้เกิดความร่วมมือและร่วมให้เกิดความรับผิดสามารถสร้างให้เกิดความร่วมมือและร่วมให้เกิดความรับผิดชอบ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกและ ประสานติดตามให้กับทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่น และด้วยแนวคิดที่ได้รับฟังในเวทีการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมที่ว่าในอดีตผู้ประกอบกิจการให้บริการสื่อสารและโทรคมนาคมล้วน แล้วแต่เลือกที่จะลงทุนวางโครงข่ายสื่อสารเพื่อขยายพื้นที่ให้คลอบคลุมการให้บริการของตนเองให้ได้มากที่สุด ด้วยเหตุผลทางการตลาดหรือด้วยเหตุผลด้านประสิทธิภาพเสถียรภาพในการให้บริกา รอย่างมีคุณภาพก็ตาม ในทางกลับกันเป็นการสร้างภาระการลงทุนและต้นทุนการบำรุงรักษาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ขณะที่อัตราค่าใช้บริการกลับต่ำลงจากนโยบายการเปิดเสรีให้มีการแข่งขันการบริการ ประกอบกับปัจจุบันและอนาคตโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายสื่อสารและโทรคมนาคม เช่น ท่อร้อยสาย สายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง และเสาสื่อสาร ไม่ใช่ปัจจัยหลักหรือตัวแปรหลักที่ผู้ประกอบการต้องลงทุนก่อสร้างเองเพื่อการแข่งขันหรือผูกขาดการให้บริการอีกต่อไปแล้ว ผู้ประกอบการต่างหันไปมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการลงทุนและแข่งขันกันในการให้บริการที่หลากหลายด้วยค่าบริการที่ต่ำแทนการลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐานเองเหมือนอดีตที่ผ่านมา เราจึงเห็นปรากฏการณ์และรูปแบบความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมในความพยายามที่จะนำทรัพยากรของตัวเองที่มีอยู่มาบริหารจั ดการใช้งานหรือให้บริการร่วมกัน หรือให้ผู้ประกอบกิจการสื่อสารโทรคมนาคมรายใดรายหนึ่งหรือรวมกลุ่มกันแล้วแต่ กรณีเป็นเจ้าภาพหลักลงทุนหรือเข้าทำสัญญาหลักกับหน่วยงานเจ้าของโครงการแล้วร่ว มกันจัดตั้งหน่วยธุรกิจที่เรียกว่า SPV (Special Propose Vehicle) เพื่อบริหารจัดการและใช้งานร่วมกัน และนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้บริการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารและผู้ใช้บริการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมส่วนใหญ่ที่กรุงเทพธนาคมได้ประกาศเชิญชวนอย่างเป็ นทางการให้ผู้ที่สนใจมาลงทะเบียนและมีจดหมายเชิญให้เข้ามารับเอกสารข้อกำหนดการคัดเลือกผู้ใช้บริการความจุ ไม่มีความประสงค์จะยื่นเอกสารเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้ใช้บริการความจุในครั้งนี้ และมิได้มีข้อโต้แย้งใดๆด้วยความพยายามในการแก้ปัญหาของทุกภาคส่วน อุปสรรคและความล่าช้าต่างๆ และแนวทางการบริหารจัดการนำสายสื่อสารลงใต้ดินของกสทช.ที่ต้องการให้มีหน่วยงานกลางเข้ามารับผิดชอบเป็นเจ้าภาพก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ประกอบกับแนวโน้มและรูปแบบการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมของผู้ประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นบทสรุปให ้กับผู้บริหารของกรุงเทพมหานครและกรุงเทพธนาคมรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ธนาคมรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการ

- ทำไมกรุงเทพธนาคมต้องลงทุนเอง เป็นเจ้าของทรัพย์สินเอง บริหารจัดการด้วยตนเอง
1.ปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง เกิดจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม มีรายได้จากผลประกอบการ จึงควรเป็นผู้เข้ามาร่วมรับผิดชอบ และต้องไม่นำเงินภาษีประชาชนหรืองบประมาณแผ่นดินมาลงทุนแก้ไขปัญห าการลงทุนของกรุงเทพธนาคม เป็นการลงทุนที่มีต้นทุนก่อสร้างที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการทุกราย หรือรายใดรายหนึ่งทำเองประหยัดกว่า เร็วกว่า มีการรับประกันการซ่อมบำรุงดูแลรักษาในระดับสากล ผู้ประกอบและผู้ใช้บริการทุกรายชำระค่าใช้บริการความจุในราคาที่เป็นธรรม สามารถนำไปให้บริการกับผู้ใช้ปลายทางได้ทันทีประหยัดการลงทุนปลายทาง (Last mile)
2.เพื่อป้องกันการผูกขาดและการกีดกันการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยโครงข่ายท่อกับผู้ประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยโครงข่ายท่อร้อยสายที่เป็นทรัพย์สิน ของกรุงเทพธนาคมได้รับการจัดสรรความจุใช้งานอย่างเหมาะสมในกิจการของกรุงเทพธนาคมเองและภารกิจบริการสาธารณะของกรุงเทพมหานคร เช่น CCTV ,IOTภารกิจของหน่วยงานความมั่นคง และให้ผู้ประกอบการใช้บริการในปริมาณความจุ80%ของความจุท่อร้อยสายในทุกเส้นทาง โดยยังคงมีความจุสำรองเหลือไว้ให้บริการกับผู้ใช้บริการทุกรายใช้ได้อีกตลอดระยะเวลา30-50ปี

- การมีผู้ยื่นความจำนงและได้รับการคัดเลือกรายเดียว ถือเป็นการผูกขาดหรือเข้าข่ายร่วมทุนหรือไม่
กรุงเทพธนาคมมีความเข้าใจหลักปฏิบัติภายใต้ระเบียบกฎหมาย ข้อบังคับ ของกรุงเทพมหานคร พรบ.การประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม และพรบ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เป็นอย่างดีและถือปฏิบัติมาโดยลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เป็นอย่างดีและถือปฏิบัติมาโดยตลอด และก็ไม่ได้หมายความว่าการที่ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด คัดเลือกผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเป็นผู้ใช้บ ริการความจุท่อส่วนใหญ่จากกรุงเทพธนาคมแล้วจะเป็นการผูกขาดหรือได้เปรียบเสียเปรียบกันโดยสิ้นเชิง โดยในกรณีของผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้เป็นผู้ที่แสดงความประสงค์ที่จะใช้บริการเพื่อสนับ สนุนบริการสื่อสารโทรคมนาคมของตนเองเป็นหลัก และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่ต้องปฎิบัติภายใต้กติกาที่ กสทช.กำหนดเช่นเดียวกัน การนำความจุที่เหลือไปให้บริการต่ออาจเป็นผลดีเสียอี กกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่มีความต้องการใช้งานเพียงบางส่วนเหตุผลสนับสนุนก็คือ กรุงเทพธนาคม มีการเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ามาร่วมให้ความเห็น ให้ข้อเสนอแนะและความต้องการการใช้งาน และเป็นที่ยอมรับว่าเทคโนโลยีที่กรุงเทพธนาคมนำมาก่อสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการโครงการเป็นไปมาก่อสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการโครงการเป็นไปตามมาตรฐานสากล ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเช่าท่อร้อยสายสื่อสารเอง เพราะเป็นการสร้างภาระการลงทุนและการดูแลรักษาด้วยตนเอง ส่วนใหญ่เพราะยังมีองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมอีกหลายประเภท เช่น ท่อร้อยสายสื่อสารของการไฟฟ้านครหลวง ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และของบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัดตลอดจนโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นๆ เช่น สายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง เสาโทรคมนาคม สายอากาศที่มีอยู่ของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารและ โทรคมนาคมรายอื่นให้บริการอยู่


- กรุงเทพธนาคมยังสนองนโยบายการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน
สิ่งที่กรุงเทพธนาคมกำลังออกแบบก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในครั้งนี้เป็นการสนองนโยบายภาครัฐร้อยสายสื่อสารใต้ดินในครั้งนี้เป็นการสนองนโยบายภาครัฐและผู้ประกอบการที่อยากให้มี
การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันนั่นหมายถึงเราจก่อสร้างและวางท่อใต้ทางเดินเท้าเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเดินสายปลายทางเข้าถึงจุดให้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็วและประหยัดที่สุด ซึ่งโครงข่ายท่อร้อยสาย สื่อสารรูปแบบนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดหรือผู้ประกอบการรายใด ก่อสร้างมาก่อน ในกรณีที่มีหน่วยงานหรือองค์กรหรือแม้แต่ผู้ให้บริการบางรายพยายามจะบอกว่าตนเองมีโครงข่ายท่อร้อยสายใต้ดินอยู่แล้วหลักพันก ิโลเมตรพร้อให้บริการในราคาที่ต่ำ เอาเป็นว่าถ้ามีอยู่จริงก็ต้องแสดงเอกสารหลักฐานให้กับทุกคนได้รับรู้ และสามารถรับประกันว่าอายุการใช้งานของท่อจะอยู่ได้อีกกี่ปี จะไม่หักงออุดตันนำมาร้อยท่อร้อยสายได้จริง เอาหลักวิศวกรรม เอาหลักเศรษฐศาสตร์มาพูดกัน มองกันที่ 30 ปีว่าระหว่างใช้งานต้องลงทุนวางท่อใหม่ทดแทนอีกเท่าไหร่ ต้องสำรวจขุดเจาะค้นหาแนวท่อเก่า ต้องบำรุงรักษาอีกเท่าไหร่ ต้องสำรวจขุดเจาะค้น หา แนวท่อเก่า ต้องบำรุงรักษาอีกแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่พ้นลงทุนเพิ่มอยู่ดี มิหนำซ้ำถ้าใช้โครงข่ายท่อร้อยสายใต้ดินเดิมที่อยู่ใต้พื้นถนน ลึก 4-5 เมตร สุดท้ายก็ต้องลงทุนก่อสร้างเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายท่อร้อ ยสายใต้ดินใต้ทางเดินเท้าอยู่ดี กลายเป็นการลงทุนที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาการจัดระเบียบไม่ได้มีแค่นเสาหรือแค่บนทางเดินเท้า แต่กำลังเป็นภัยคุกครามลงไปใต้ดิน ในตรอกซอกซอยหรือแม้กระทั่งหลังตึกแถว ผนังอาคาร แนวรั้วชาวบ้าน
ต่อนี้ไปกรุงเทพธนาคมคงต้องทำงานหนักที่จะเป็นผู้รับภาระตรวจสอบสิทธิแห่งทาง (Right of way) ประสานดูแบบอนุญาตก่อสร้าง แบบพิมพ์เขียวกับกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตแต่ละรายนำเอกสารหลักฐานมาแสดงเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเส้นทางใดมีการอนุมัติไปแล้วบ้าง สถานะปัจจุบันเป็นอย่างไรการอนุมัติไปแล้วบ้าง สถานะปัจจุบันเป็นอย่างไร ในขณะที่วันนี้การแก้ปัญหาปัญหาสายสื่อสารที่รกรุงรังเป็นทัศนอุจาดทางสายตาตลอดแนวถนนสายหลักสายรองรวมไปถึงตามตรอกซอกซอยทั่วพื้นที่ของ กรุงเทพมหานคร ที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กำลังดำเนินการนำมหานครกรุงเทพ คืนสู่ความสง่างาม ปลอดภัย ทันสมัยให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับประเทศ กลับถูกนักวิชาการ ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ไม่เปิดใจเป็นกลางที่จะสอบถามรับฟังข้อเท็จจริงโดยตรงกับบริษัทฯ แต่กลับใช้ดุลยพินิจส่วนตัวแสดง ความคิดเห็นที่แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ หยิบยกมาเป็นประเด็นผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าผลประโยชน์บ้านเมือง สร้างความแคลงใจให้กับสังคมเข้าใจผิดด้วยเหตุผลใดก็ยังยืนยันหลักการเดิมครับว่ากรุงเทพธนาคม ยินดีที่จะรับฟังทุกความคิดเห็น ทุกข้อเสนอแนะและเชิญชวนผู้ที่มีข้อสงสัยกังวลใจได้เข้ามานั่งพูดคุยรับฟังข้อและเชิญชวนผู้ที่มีข้อสงสัยกังวลใจได้เข้ามานั่งพูดคุยรับฟังข้อเท็จจริงร่วมกัน

และสื่อสารให้กับสังคมได้รับฟังอย่างสร้างสรรค์จะดีกว่า อย่าได้สร้างความเข้าใจผิดจนนำไปสู่ความขัดแย้ง หรือใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่ควรให้เกิดการฟ้องร้องเอา ผิดกันเลยครับกรุงเทพธนาคม ต้องเดินหน้าเพื่อสนองต่อนโยบายภาครัฐและกรุงเทพมหานคร ในการนำกรุงเทพมหานครก้าวเข้าสู่มหานครที่สวยงาม ปลอดภัย ทันสมัย ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันขับเคลื่อน บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีความเป็นมืออาชีพที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้กับกรุงเทพมหานคร การนำสายสื่อสารลงใต้ดินมีขั้นตอนและกิจกรรมที่ต้องร่วมกันทำกับทุกภาคส่วนอีกมากมายกรุงเทพมหานครเองต้องดูแลทางเท้าและใต้ดินที่เต็มไปด้วยระบ
บสาธารณูปโภคหลากหลายในพื้นที่ใต้ทางเท้าที่จำกัด หากไม่ได้กำกับหรือดำเนินการเองจะเป็นการสะสมปัญหาใต้ดินที่หนักหนาสาหัสกว่าปัญหาบนเสาเป็นการสะสมปัญหา ใต้ดินที่หนักหนาสาหัสกว่าปัญหาบนเสาไฟฟ้าหลายเท่า


- วางแผนบุกเบิกระบบท่อสาธารณูปโภคร่วม (Common Utility Ducts)
ด้วยการเป็นเจ้าภาพประสานหน่วยงานสาธารณูปโภคหลักของมหานครกรุงเทพ เดินหน้าออกแบบ ก่อสร้าง ใช้งานและบริหารจัดการร่วมกันครับ “กรุงเทพธนาคม วิสาหกิจเพื่อสังคมของมหานครกรุงเทพ”เรามีภารกิจบริการสาธารณะอีกหลายเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อการจัดการปัญหาและบริการสาธารณะร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ เราเสียโอกาสจากการใช้พื้นที่ส าธารณะเพื่อบริการส่วนรวมทั้งเหนือพื้นดิน บนทางเท้ามามากแล้ว อย่าให้ต้องเสียโอกาสในการนำพื้นที่สาธารณะใต้ดินมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมกับบ้านกับเมืองเลยครับ ปริมาณใช้ให้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมกับบ้านกับเมืองเลยครับ ปริมาณฝนที่มากขึ้นจำเป็นต้องขยายโครงข่ายท่อระบายน้ำใต้ทางเดินเท้า เมืองที่โตขึ้นต้องการระบบประปา ระบบไฟฟ้าที่มากขึ้น เหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องใช้พื้นที่ใต้ทางเท้าร่วมกันทั้งนั้นอย่าได้มองว่าทุกเรื่องมันจะต้องขึ้นตนด้วยผลประโยชน์แล้วลงท้ายด้วยการให้ร้ายป้ายสีคนทำงาน โดยเฉพาะข้าราชการเจ้าหน้าที่ ที่ล้วนมีศักดิ์ศรี มีค่าของความเป็นคนเช่นเดียวกันกับทุกท่านเลยครับ

 

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเส้นทางเดินเรือตามเส้นทางคลองภาษีเจริญ(ท่าเรือบางหว้า) - คลองบางกอกใหญ่ - แม่น้ำเจ้าพระยา(ท่าเรือท่าช้าง)
 


   กทม. เปิดทดลองเส้นทางการเดินเรือ คลองภาษีเจริญ - แม่น้ำเจ้าพระยา บริการ ‘ปชช.’ ฟรี 6 เดือน
วันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเส้นทางเดินเรือตามเส้นทางคลองภาษีเจริญ(ท่าเรือบางหว้า) - คลองบางกอกใหญ่ - แม่น้ำเจ้าพระยา(ท่าเรือท่าช้าง)

ทั้งนี้ กทม. ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้จัดการเดินเรือ โดยให้บริการฟรีตลอดสาย เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป ประกอบด้วยจุดจอดรับ - ส่ง 5 ท่าเรือ ได้แก่ 1. ท่าเรือบางหว้า 2. ท่าเรือ วัดอินทราราม 3. ท่าเรือสะพานพุทธ 4. ท่าเรือราชินี และ 5. ท่าเรือท่าช้าง โดยมีจุดเริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้า ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งมวลชนหลักอย่างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีบางหว้า) เลี้ยวขวาที่ วัดปากน้ำภาษีเจริญเข้าสู่คลองบางกอกใหญ่ จอดรับส่งผู้โดยสารท่าเรือวัดอินทราราม ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือสะพานพุทธ ถัดมาคือท่าเรือราชินี ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (สถานีสนามไชย) และไปสิ้นสุดเส้นทางที่ท่าเรือท่าช้าง ซึ่งจะสามารถลดระยะเวลา ในการเดินทาง เชื่อมต่อพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครให้ใกล้กันมากยิ่งขึ้น
หากต้องการแจ้งปัญหาจากการใช้บริการเส้นทางทดลองเดินเรือโดยสารฯ บางหว้า - ท่าช้าง สามารถติดต่อที่สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2354 1234

 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม
จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562
 










    กทม.เดินหน้านำ 'สายสื่อสารลงใต้ดิน' มุ่งสู่การเป็น 'มหานครไร้สาย' รองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการสื่อสารโทรคมนาคม 4.0
(18 มิ.ย.62) เวลา 10.00 น. พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ โครงการส่งเสริมพัฒนาและกำหนดแนวทางการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมเปิดโครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดยมี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พลตำรวจโท โสภณ พิสุทธิวงษ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หน่วยงานด้านสาธารณูปโภคผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก
ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อเดือนมกราคม 2562 ให้กทม.เป็นเจ้าภาพดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย กทม.ได้ประชุมหารือกับ กสทช. เพื่อเตรียมความพร้อมแผนงาน รวมถึงมาตรการต่างๆ

พร้อมทั้งได้ร่วมกันแถลงถึงแนวทางการบริหารจัดการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยกทม.ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจภายใต้กำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างและขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและวางท่อร้อยสายเพื่อนำสายสื่อสารบนถนนสายหลัก สายรอง รวมถึงเส้นทางลัด และเส้นทางในซอยที่มีการพาดสายทั่วกรุงเทพฯ ลงใต้ดิน รวม 2,450 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 2 ปี โดยไม่กระทบผิวจราจร รวมมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ

ขณะนี้การดำเนินงานอยู่ระหว่างสำรวจสภาพพื้นที่เบื้องต้น พร้อมทั้งประสานข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณูปโภค เพื่อทราบตำแหน่งของท่อสาธารณูปโภคใต้ดินเดิมที่มีอยู่ รวมถึงสำรวจสาธารณูปโภคใต้ดินและสิ่งกีดขวางอื่นๆ ใต้ผิวทางเท้าที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานเพิ่มเติม โดยใช้ระบบเรดาร์บนบาทวิถีที่ระดับความลึก 8 เมตร จากนั้นจะมีการออกแบบและวางแผนเพื่อขุดเจาะวางท่อร้อยขนาดเล็กใต้ดินด้วยเทคโนโลยีไมโครดัก (Micro duct) โดยมีวิธีการก่อสร้าง 2 รูปแบบ คือ 1.การก่อสร้างแบบเจาะลากท่อ Horizontal Directional Drill (HDD) และ 2.การก่อสร้างแบบเปิดหน้าดิน Open Cut (Semi-Direct-Burial) ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย ขุดเจาะเปิดหน้าดินน้อย และช่วยประหยัดพื้นที่
สำหรับโครงการนำระบบสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 2,450 กิโลเมตร แบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ โดยจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 4 จุด ใน 4 พื้นที่พร้อมกัน ประกอบด้วย

พื้นที่ 1 กรุงเทพเหนือ ระยะทางประมาณ 620 กิโลเมตร โดยเส้นทางนำร่องที่จะดำเนินการ ได้แก่ บริเวณถนนวิทยุ ช่วงถนนพระรามที่ 1 - ถนนเพชรบุรี รวม 1.4 กิโลเมตร
พื้นที่ 2 กรุงเทพตะวันออก ระยะทางประมาณ 605 กิโลเมตร เส้นทางนำร่องบริเวณถนนรัชดาภิเษก จากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ประตู 2 และประตู 3 ถึงซอยรัชดาภิเษก 7 และซอยประชาสันติ และบริเวณถนนเทียมร่วมมิตร จากถนนรัชดาภิเษกถึงหน้าอาคารไซเบอร์เวิลด์ (CW Tower) รวม 1.95 กิโลเมตร
พื้นที่ 3 กรุงธนเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร ระยะทางรวม 605 กิโลเมตร เส้นทางนำร่องบริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 68 จากถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 10 รวม 1.7 กิโลเมตร
และพื้นที่ 4 กรุงธนใต้ ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร เช่นเดียวกัน รวมระยะทาง 620 กิโลเมตร โดยเส้นทางนำร่อง ได้แก่ บริเวณถนนวิทยุ ช่วงถนนพระราม 1 ถึงถนนพระราม 4 ระยะทาง 1.9 กิโลเมตร

ทั้งนี้ กทม.จะเริ่มดำเนินการขุดเจาะและวางท่อร้อยสายประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการขุดวางท่อร้อยสายและนำสายสื่อสารลงใต้ดินให้ได้อย่างน้อยพื้นที่ละ 150 กิโลเมตร ภายในปี 2562 และเร่งดำเนินการทุกพื้นที่ให้แล้วเสร็จตามกำหนดภายใน 2 ปี
ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กทม.และกสทช. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย ในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ภายใต้กรอบระยะเวลา 24 เดือน คาดว่าเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งอนาตที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคมที่รองรับการเป็น Smart City ที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย ทันสมัย เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ต่อไป

 

 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม
จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562
 


    บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับเชิญเข้าร่วมจัดงาน InterCare Asia 2019 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้าและบริการด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า รวมสินค้านวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ "เมดิคอลฮับนานาชาติ"

โดยทางบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ให้บริการเดินรถสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น (ให้บริการฟรี) มา 6 ปีแล้ว ยังมีแผนในการเพิ่มจำนวนรถยนต์การให้บริการ และพัฒนารถให้เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาปรับใช้เพื่อให้เมืองน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 99 ไบเทค บางนา

นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 

 


เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน "คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 17 ประจำปี 2562" ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปากน้ำ
 








   บีทีเอสจัดคลินิกลอยฟ้าตรวจสุขภาพฟรี! ปีที่ 17 ณ “สถานีปากน้ำ” เริ่ม 5-8 มิ.ย.นี้ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน "คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 17 ประจำปี 2562" ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปากน้ำ (ระหว่างวันที่ 5 – 8 มิถุนายน 2562) ซึ่งจัดโดยกลุ่มบริษัทบีทีเอส ร่วมกับ 11 หน่วยงานโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ประชาชนทุกท่าน เนื่องในโอกาสที่รถไฟฟ้าบีทีเอสก้าวสู่ปีที่ 20 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

ซึ่งในปีนี้ กลุ่มบริษัทฯ จะจัดเสวนา ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรไทย ยารักษาโรค ในหัวข้อ “มหัศจรรย์….สมุนไพรไทย” จากเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในวันเปิดงาน พร้อมทั้งจัดกิจกรรม D.I.Y สมุนไพรไทย ตลอดระยะเวลา 4 วัน เพื่อให้ประชาชนนำความรู้เรื่องสมุนไพรไปปฏิบัติใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ภายในงานได้จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพฟรี กว่า 20 รายการ ในโรคที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นปัจจัยก่อเกิดโรคร้ายแรง โดยแบ่งเป็นสถานีสุขภาพ 8 สถานี ได้แก่ สถานีฟัน สถานีมะเร็ง สถานีหัวใจและสมอง สถานีเบาหวานและไขมัน สถานีกระดูกและข้อ สถานีตา สถานีแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย และสถานีส่งเสริมสุขภาพ พร้อมนำผลิตภัณฑ์สมุนไพร OTOP ในชุมชนเมืองสมุทรปราการ ออกร้านจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน

 

 


เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน "คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 17 ประจำปี 2562" ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปากน้ำ
 
















   ข่าวดี! สำหรับผู้เดินทางกลับจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่ใช้รถเข็น
บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
นำโดย รศ. นพ. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และ นายเฉลิมชัย เขียวประดิษฐ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มกิจการพิเศษ บริษัทกรุงเทพธนาคม ร่วมกันเปิดโครงการ "ทางเลือกใหม่เพื่อการเดินทางสำหรับผู้พิการและผู้ป่วยที่ใช้รถเข็น" ที่ต้องการเดินทางจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาลกลับสู่บ้านพัก โดยให้บริการฟรี!

เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้ป่วยที่ใช้รถเข็นเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนมากขึ้นในการเดินทางในพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาล
ติดต่อขอใช้บริการ หรือลงทะเบียนได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
***ในส่วนการบริการรถคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ยังให้บริการตามปกติ***

 

 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม
จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562
 














    นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 

 

เมื่อวันที่ 4 เม.ษ. 62 กทม. มุ่งหน้าสู่มหานครไร้สาย นำ 'สายสื่อสารลงใต้ดิน' ทั่วกทม. แล้วเสร็จภายใน 2 ปี
 










    กทม. มุ่งหน้าสู่มหานครไร้สาย นำ 'สายสื่อสารลงใต้ดิน' ทั่วกทม. แล้วเสร็จภายใน 2 ปี (4 เม.ย.62) เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมการดำเนินโครงการบริหารจัดการการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่าง กสทช. และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมายภายใน 2 ปี

      ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม.มีแผนบริหารจัดการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556-2575) เพื่อให้เมืองมีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้า และสายสื่อสาร อีกทั้งสอดคล้องกับที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (DE) ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 ซึ่งมีมติให้กรุงเทพมหานครจัดทำแผนการดำเนินงาน มาตรการและกลไกในการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดังนั้น กทม.จึงได้หารือร่วมกับกสทช. และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม อาทิ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยกทม.รับเป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งมอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินโครงการ รวมถึงขอใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมให้ถูกต้อง และนำเสนอแผนดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการ DE คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน และคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัทกรุงเทพธนาคมฯ ได้ประสาน กสทช. เพื่อขอใบอนุญาตในการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทที่ 3 (มีโครงข่ายเป็นของตนเอง)

     เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 จากนั้นได้เสนอแผนดำเนินงาน มาตรการ และกลไกในการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อคณะกรรมการ DE คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน และคณะรัฐมนตรี เพื่อเห็นชอบการดำเนินการ จนกระทั่งเมื่อวันทึ่ 15 มกราคม 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบมติคณะกรรมการ DE ให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการ สำหรับการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินนั้น กทม.ได้มีการแยกแผนดำเนินการออกจากแผนการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เนื่องจากปัญหาสายสื่อสารระโยงระยาง รกรุงรัง เป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นต้องดำเนินการในทันที อีกทั้งลักษณะการก่อสร้างเพื่อวางท่อร้อยสายสื่อสาร และสายไฟฟ้า มีความแตกต่างกัน โดยการนำสายสื่อสารลงใต้ดินจะดำเนินการขุดวางท่อร้อยสายบนทางเท้าที่ความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร ความกว้างไม่เกิน 40 เซนติเมตร ในขณะที่ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง จะเป็นการขุดวางใต้ผิวจราจรที่ระดับความลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งมีความยุ่งยากกว่า

     ทั้งนี้ บริษัท กรุงเทพธนาคมฯ จะดำเนินการก่อสร้างเพื่อวางท่อร้อยสาย โดยนำเทคโนโลยีท่อร้อยสาย (Microduct) จำนวนตั้งแต่ 14-21 ไมโครดัก ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน และเป็นมาตรฐานเดียวกับมหานครอื่นๆ ทั่วโลกมาใช้ในการดำเนินการบนถนนสายหลักและสายรองทั่วกรุงเทพฯ รวมระยะทางประมาณ 2,450 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินการเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพตอนเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ โดยจะมีการสำรวจและออกแบบโครงข่าย โดยจะเริ่มก่อสร้างและติดตั้งโครงข่ายในเดือนพฤษภาคม 2562 และคาดว่าจะนำสายสื่อสารลงใต้ดินแล้วเสร็จทั้งโครงการภายใน 2 ปี เพื่อให้ภูมิทัศน์เมืองเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน ซึ่งในอนาคตหากมีการขยายถนนเพิ่มเติมบริษัทกรุงเทพธนาคมจะดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายใต้ดินไปพร้อมๆ กัน

 

 

เมื่อวันที่ 3 เม.ษ. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดตัว LINE@ @ktthanakom เพื่อเป็นอีกหนึ่งในช่องทางการสื่อสารไปยังประชาชน การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
 


    กรุงเทพธนาคมเปิดตัว LINE@ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับประชาชน บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดตัว LINE@ @ktthanakom เพื่อเป็นอีกหนึ่งในช่องทางการสื่อสารไปยังประชาชน การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท การดำเนินกิจกรรม CSR ประกอบด้วย ด้านระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร "ราง ล้อ เรือ" ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาเมืองเพื่อการนำเทคโนโลยีมาพัฒนากรุงเทพมหานครให้กลายเป็นมหานครแห่งอนาคต ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทกรุงเทพธนาคม ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง Facebook ในชื่อ https://www.facebook.com/KrungthepThanakom/ และ Twitter ในชื่อ @KTthanakom

 

 

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมจัดนิทรรศการ แสดงเทคโนโลยีการพัฒนากรุงเทพมหานคร ให้กลายเป็น SMART CITY ที่งาน COMMART CONNECT 2019
 







     'กรุงเทพธนาคม' โชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่มหานครแห่งอนาคต เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมจัดนิทรรศการ แสดงเทคโนโลยีการพัฒนากรุงเทพมหานครให้กลายเป็น SMART CITY ที่งาน COMMART CONNECT 2019 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรุงเทพธนาคม กล่าวว่าภายในบูธนิทรรศกาลของกรุงเทพธนาคมได้มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร เช่น เส้นทางรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายไปในชานเมืองทั้งทิศเหนือและใต้ รถ MONORAIL สายสีทอง ด้วยเทคโนโลยีไร้คนขับ รถแท๊กซี่ให้บริการผู้พิการและผู้สูงอายุฟรีซึ่งเป็นโครงการ CSR ของบริษัท และในอนาคตจะพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เรือรับส่งผู้โดยสารด้วยระบบไฟฟ้า 100% ลำแรกของประเทศที่ใช้งานได้จริงและใช้งานแล้วรับส่งผู้โดยสารอยู่ในปัจจุบันที่คลองผดุงกรุงเกษม ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ใช้การเผา

     ซึ่งเราใช้เป็นวิธีการหมักเพื่อผลิตแก๊ซและนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งจะไม่ปล่อยมลภาวะสู่อากาศ และด้านการพัฒนาเมือง เช่น เรานำระบบท่อร้อยสายใต้ดินซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ ซึ่งจะรบกวนประชาชนในครั้งเดียวและใช้พื้นที่บนทางเท้าเพียงเล็กน้อยซึ่งอายุการใช้งานของท่อร้อยสายจะมากกว่า 50 ปี ซึ่งโครงข่ายสายสื่อใต้ดินนอกจากจะทำให้เมืองสวยงามและปลอดภัยแล้ว ยังสามารถรองรับเทคโนโลยีในอนาคตของผู้ประกอบการอื่น เช่น 5G ได้อย่างดีและไม่ติดขัด ทั้งนี้บริษัทยังได้พัฒนาเทคโนโลยี IoT ร่วมกับพันธมิตรของเรา มาใช้ในอุปกรณ์ที่เราใช้ประจำวันต่างๆเพื่อให้เกิดการบริการที่ดีแก่ประชาชน เช่น SMART POLE, ถังขยะอัจฉริยะ และอื่นๆมากมาย ผู้เข้าชมนิทรรศกาลจะได้รับความรู้ความเข้าใจในการพัฒนากรุงเทพฯให้กลายเป็นมหานครแห่งอนาคต อย่างไรก็ตามโดยผู้ที่เข้าร่วมงาน COMMART CONNECT 2019 ที่จัดขึ้น ณ ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 28 ถึง 31 มีนาคม 2562 นี้ สามารถเข้าเยี่ยมชมนิทรรศกาลได้ที่ โซน Pavillion Zone B1

 

 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้ว่ากทม. เป็นประธานในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562
 











      พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้ว่ากทม. เป็นประธานในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ ห้องประชุมผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด

 

 

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30น.
บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้มีการประชุม คณะกรรมการบริษัท โดยได้มีการต้อนรับ กรรมการ ท่านใหม่ 2 ท่าน
 



      เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30น. บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 12/2561 โดยได้มีการต้อนรับกรรมการท่านใหม่ 2 ท่านประกอบด้วย 1.รศ.นพ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ 2.นายธนูชัย หุ่นนิวัฒน์ โดยนายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ และนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ ได้มอบเข็ม บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ให้กับกรรมการทั้ง 2 ท่านเพื่อเป็นการต้อนรับ

 

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยมี คณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชน โดยสารรถไฟฟ้าจากศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไปยังสถานีเคหะ
 

















      นายกรัฐมนตรีกดปุ่มเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (6 ธ.ค.61) เวลา 07.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารจังหวัดสมุทรปราการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมพิธี ณ โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ จากนั้นเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชน โดยสารรถไฟฟ้าจากศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไปยังสถานีเคหะสมุทรปราการ

     โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เป็นโครงการรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทาง 13 กม. จำนวน 9 สถานี ประกอบด้วย สถานีสำโรง E15 สถานีปู่เจ้า E16 สถานีช้างเอราวัณ E17 สถานีโรงเรียนนายเรือ E18 สถานีปากน้ำ E19 สถานีศรีนครินทร์ E20 สถานีแพรกษา E21 สถานีสายลวด E22 และสถานีเคหะฯ E23 เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ แนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร บีทีเอส ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิทตอนที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่งบริเวณซอยสุขุมวิท 107 ไปตามแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท ผ่านคลองสำโรง ผ่านแยกเทพารักษ์ แยกปู่เจ้าสมิงพราย เมื่อถึงบริเวณจุดตัดกับโครงการถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ แนวจะเปลี่ยนจากเกาะกลางไปทางทิศตะวันตกของถนนสุขุมวิท เพื่อข้ามทางต่างระดับสุขุมวิท จากนั้นจึงเปลี่ยนกลับมาอยู่ในแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท ผ่านแยกศาลากลาง แยกการไฟฟ้า แยกแพรกษา แยกสายลวดจนถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง โดยแนวเส้นทางจะเบี่ยงออกทางด้านทิศตะวันตกและลดระดับเพื่อเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง ในส่วนการก่อสร้างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เริ่มการก่อสร้างงานโยธาและงานรางตั้งแต่ต้นปี 2555 จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยประมาณต้นปี 2560

     จากนั้นกรุงเทพมหานครได้เริ่มเข้าดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลเมื่อเดือนต.ค.59 และสามารถเปิดเดินรถได้ 1 สถานีที่สถานีสำโรง ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.60 ที่ผ่านมา หลังจากนั้น กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลในส่วนที่เหลือทั้งหมด รวมทั้งได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ และทดสอบการเดินรถเสมือนจริงในเดือนต.ค.-พ.ย.61 เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความพร้อมและมีความปลอดภัยสำหรับการเปิดใช้งานให้บริการแก่ประชาชน สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงของโครงการมีพื้นที่ประมาณ 123 ไร่ ในพื้นที่ประกอบด้วย อาคารบริหารและศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการเดินรถ อาคารซ่อมบำรุงหลัก อาคารจอดรถไฟฟ้า รางทดสอบ และอาคารประกอบอื่นๆ นอกจากนี้ รฟม. ได้จัดให้มีอาคารจอดรถแล้วจร 1 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณสถานีเคหะสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานีปลายทางเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ สามารถจอดรถรวมกันได้ประมาณ 1,200 คัน

     ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยบีทีเอสได้ทดสอบการเดินรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งใช้รถขบวนเก่าและรถขบวนใหม่ 3 ขบวน เพื่อให้ประชาชนทดลองใช้ฟรี 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.61 ถึงวันที่ 15 เม.ย.62 ระหว่างเวลา 06.00-24.00 น. พร้อมทั้งหารือกับทางบีทีเอสเพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารเบื้องต้น ซึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบายให้เพดานค่าโดยสารทั้งโครงการส่วนแรกในสายสุขุมวิท สายสีลม และส่วนต่อขยายสูงสุดไม่เกิน 65 บาท ซึ่งต้องได้ข้อสรุปก่อนเปิดเดินรถจริงในเดือนเม.ย.62 หลังการทดลองเสร็จสิ้น

     ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการจำหน่ายและโอนทรัพย์สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และ (ใต้) แบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กระทรวงคมนาคม รฟม. และ กทม. ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)

     เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.58 เรื่อง การมอบหมายให้ กทม. เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.59 และจากการประสานความร่วมมือกันของทุกฝ่ายส่งผลให้กระทรวงคมนาคม รฟม. และ กทม. สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ เพื่อให้ กทม. สามารถบริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ได้ในระหว่างที่กระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยบันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขและหน้าที่ระหว่าง รฟม. และ กทม. ได้แก่ การจำหน่ายทรัพย์สินและที่ดินของโครงการ การโอนภาระทางการเงินของโครงการ และภาระผูกพันกับหน่วยงานอื่นให้กับ กทม. นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการยกเว้นค่าแรกเข้าระบบ หากผู้โดยสารเปลี่ยนถ่ายจากรถไฟฟ้าสายอื่นของ รฟม. ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

 
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.61 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ ระบบขนส่งมวลชน Friendly Design จากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2018
 





      ประกาศเกียรติคุณ 'กรุงเทพธนาคม' บริหารจัดการระบบขนส่งมวลชน ที่ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียม เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.61 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ ระบบขนส่งมวลชน Friendly Design จากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2018 ณ เมืองทองธานี ในฐานะที่เป็นบริษัทส่งเสริมสนับสนุนปรับปรุงและพัฒนาอารยสถาปัตย์ สำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งช่วยให้การดำเนินชีวิตมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ผู้ว่าฯ กทม.ดูความพร้อมก่อนเปิดดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ก่อนพิธีเปิดทดลอง ให้บริการเดินรถ ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561
 





















      ผู้ว่าฯ กทม.ดูความพร้อมก่อนเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ในวันที่ 6 ธ.ค.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการจราจรและขนส่ง และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ และตรวจสอบความพร้อมที่สถานีรถไฟฟ้าสำโรง (สายสีเขียว) และโดยสารบนขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีสำโรงไปยังโรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ ก่อนพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561 โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ จะเปิดให้บริการตลอดทั้งเส้นทาง ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 12.00น. โดยไม่เก็บค่าโดยสารเป็นเวลา 4 เดือน โดยกรุงเทพมหานคร ได้มอบความสุข ความสะดวกสบายในการเดินทาง เป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนทุกคน

 
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561   นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร เพื่อติดตามการพัฒนา คลองแสนแสบและการเดินทางสัญจรทางเรือ รวมทั้งการเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบ ขนส่ง รถ ราง เรือ
 







        นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปยัง ท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ  เมื่อเวลา 09.00น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามพัฒนาการเชื่อมโครงข่าย เส้นทางคมนาคม รถ-ราง-เรือ โดยนั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร ของ บ.กรุงเทพธนาคม จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปยัง ท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ สาขารามคำแหง เขตสะพานสูง เพื่อติดตามการพัฒนาคลองแสนแสบและการเดินทางสัญจรทางเรือ รวมทั้งการเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบขนส่ง รถ ราง เรือ

 
เมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมายังบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้น 38 เพื่อเป็นประธานในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561
 



















       เมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมายังบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้น 38 เพื่อเป็นประธานในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 โดยมีนายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ ,นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ คณะกรรมการ และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

 
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการ ผู้อำนวยการ และคณะ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะผู้บริหาร จัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ได้เข้าตรวจเยี่ยมความพร้อมความพร้อมการทดสอบเดินรถ ไฟฟ้าเสมือนจริง
 





















      BTS ส่วนต่อขยายเขียวใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) เชื่อมการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และคณะ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ได้เข้าตรวจเยี่ยมความพร้อมความพร้อมการทดสอบเดินรถไฟฟ้าเสมือนจริง ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าสำโรงไปจนถึงสถานีเคหะสมุทรปราการ ก่อนที่จะมีการเปิดเดินรถให้กับประชาชนในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 นี้ นายมานิต กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงต่อขยาย แบริ่ง-สมุทรปราการ จะช่วยให้การเดินทางคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ มีประสิทธิภาพอย่างไร้รอยต่อ สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะสามารถช่วยบรรเทาสภาพการจราจรที่ติดขัดช่วยให้ผู้คนในเมืองตลอดจนชาวสมุทรปราการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายนี้มีสถานียกระดับ 9 สถานี ดังนี้ 1.สถานีสำโรง 2.สถานีปู่เจ้าสมิงพราย 3.สถานีช้างเอราวัณ 4.สถานีโรงเรียนนายเรือ 5.สถานีสมุทรปราการ 6.สถานีศรีนครินทร์ 7.สถานีแพรกษา 8.สถานีสายลวด 9.สถานีเคหะสมุทรปราการ

 
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าแสดงความยินดีกับ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ เนื่องในโอกาสเข้าดํารงตําแหน่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร
 



      ผู้บริหาร KT เข้าแสดงความยินดีปลัดกรุงเทพมหานครเข้าดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าแสดงความยินดีกับ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ เนื่องในโอกาสเข้าดํารงตําแหน่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร หลังจากที่มีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ พ้นจากตําแหน่ง รองปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561

 
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสารลำแรกของไทย ตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง จากท่าเรือรถไฟหัวลำโพง ไปยัง ท่าเรือเทวราชกุญชร โดยมีผู้ว่าฯกทม. รองผู้ว่าฯกทม. และ ผู้บริหารจาก บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ให้การต้อนรับ
 











      นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสารลำแรกของไทย นายกรัฐมนตรี ตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง "ล้อ ราง เรือ" ของกรุงเทพมหานคร : โครงการเดินเรือไฟฟ้าโดยสาร (คลองผดุงกรุงเกษม) จากท่าเรือรถไฟหัวลำโพง ไปยัง ท่าเรือเทวราชกุญชร โดยมีผู้ว่าฯกทม. รองผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารจากบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ให้การต้อนรับ ที่ท่าเรือรถไฟหัวลำโพง

 
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จัดการสัมมนาเรื่อง “การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร” เพื่อเป็นประโยชน์กับสถานบริการ สาธารณสุขต่างๆ
 









        บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จัดการสัมมนาเรื่อง “การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร” ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เพื่อเป็นประโยชน์กับสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน ศูนย์บริการสาธารณสุข สถานพยาบาลสัตว์ และคลินิก ตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร

       สำนักสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มงานให้บริการเก็บขนและกำจัดมูลฝอยติดเชื้อจากสถานบริการสาธารณสุขเมื่อปีพ.ศ. 2531 และดำเนินงานให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา เนื่องจากที่ผ่านมายังพบปัญหาเรื่องสถานบริการสาธารณสุขบางแห่งยังคัดแยกประเภทมูลฝอยติดเชื้อใส่ภาชนะรองรับไม่ถูกต้อง ตลอดจนสถานที่พักมูลฝอยติดเชื้อยังไม่ปกปิดมิดชิด ทำให้มีสัตว์พาหะเช่น หนู เข้ามากัดกิน ทำให้เป็นอันตรายต่อพนักงานที่ให้บริการเก็บขนและขนส่งมูลฝอยติดเชื้อ

      การจัดสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานจัดการมูลฝอยติดเชื้อโดยตรง โดยจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานกับหน่วยงานต่าง ๆได้ และจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับสถานพยาบาลหรือผู้รับบริการ อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครมีความพร้อมในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นด้านเก็บขน-ขนส่งให้มีความถี่การให้บริการอย่างทั่วถึง โดยได้จัดหารถเพิ่มจาก 28 คัน เป็น 30 คัน และจัดสายการให้บริการเก็บขนเพิ่มจาก 24 สาย เป็น 26 สาย พร้อมได้นำระบบ GPS ,เครื่องบันทึกการเก็บขนและระบบบาร์โค้ดมาใช้ เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เก็บขน,ส่วนงานด้านการกำจัด กรุงเทพมหานครกำลังขออนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างเตาเผามูลฝอยติดเชื้ออ่อนนุชเพิ่มในปี 2561

 
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561 นายกฯ ตรวจเยี่ยมจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และเรือ ที่ "ศูนย์ ราง ล้อ เรือ" บนสถานีบีทีเอส บางหว้า
 









    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ประกาศความร่วมมือในพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาธุรกิจและสร้างนวัตกรรมทางด้านพลังงานและดิจิทัลเทคโนโลยี พัฒนาไปสู่กรุงเทพฯ เมืองอัจฉริยะ มุ่งยกระดับสู่การเป็นสมาร์ตซิตี้ เชื่อมโยงคุณภาพชีวิตประชาชนที่ดียิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของ ปตท. และ กรุงเทพธนาคม ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจและสร้างนวัตกรรมทางด้านพลังงานและดิจิทัลเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจและการให้บริการ โดยใช้ดิจิตอล และเทคโนโลยี มาเป็นพื้นฐานในการให้บริการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาไปสู่ “กรุงเทพฯ เมืองอัจฉริยะ” หรือ สมาร์ตซิตี้ (Smart city) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบาย “ไทยแลนด์ ๔.๐” โดย ปตท. และ กรุงเทพธนาคม จะร่วมกันส่งเสริม ผลักดันการพัฒนานวัตกรรม ฯ และการใช้ประโยชน์บนพื้นที่ทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองไปสู่ Smart city ทั้งในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และการขนส่งมวลชน

 
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ประกาศความร่วมมือในพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาธุรกิจ สร้างนวัตกรรม ทางด้านพลังงาน และ ดิจิทัลเทคโนโลยี พัฒนาไปสู่กรุงเทพฯ เมืองอัจฉริยะ ”
 

   นายกฯ ตรวจเยี่ยมจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและเรือ ที่ "ศูนย์ ราง ล้อ เรือ" บนสถานีบีทีเอส บางหว้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ไปยังสถานีบางหว้า เพื่อดูการใช้ระบบขนส่งทางรางในกรุงเทพ จากนั้น ได้ลงตรวจเยี่ยมจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและเรือที่ศูนย์ ราง ล้อ เรือ บนสถานีบีทีเอส บางหว้า และเดินไปตามทางเดินยกระดับ (Skywalk) ระยะทางประมาณ 250 เมตร เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งทางน้ำที่ท่าเรือบางหว้า โดยรับฟังการบรรยายข้อมูลการเดินเรือในคลองภาษีเจริญ เส้นทางส่วนต่อขยายไปวัดกำแพงบางจาก และแผนงานพัฒนาการเดินเรือในคลองภาษีเจริญ และส่วนต่อขยายในอนาคต จากนายสมชาย เดชากรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง ร่วมกับผู้แทนจากบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ประกอบด้วยนายกิตติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ และนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการร่วมให้การบรรยาย โดยจุดดังกล่าวนายกรัฐมนตรีจะทดลองนั่งเรือของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ที่ท่าเรือบางหว้า เพื่อเดินทางไปยังวัดกำแพงบางจาก ระยทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที พร้อมรับฟังการบรรยายเชิงประวัติศาสตร์ถึงความสำคัญของเส้นทางการเดินเรือ และสถานที่สำคัญตลอดเส้นทางที่เรือแล่นผ่าน และตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นวิถีชีวิตชุมชนคลองบางหลวง ผ่านการท่องเที่ยวย่านประวัติศาสตร์กรุงธนบุรี ที่วัดกำแพงบางจาก เดินตรวจเยี่ยมวิถีชีวิตชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร เยี่ยมขมบ้านศิลปิน ชุมชนร้านค้าโบราณ จากนั้นลงเรือไปยังวัดอินทาราม เขตธนบุรี อยู่ห่างจากวัดกำแพงบางจาก 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาทีเพื่อไปสักการะพระประธานภายในพระอุโบสถ พร้อมสักการะอนุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชบริเวณหน้าวิหารสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ จากนั้นจึงเดินทางกลับ

 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2561 รถไฟฟ้าบีทีเอสขบวนแรก จากกรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ได้เดินทางมาถึง ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นที่เรียบร้อย
 



   รถไฟฟ้าบีทีเอสใหม่ขบวนแรก เดินทางถึงไทยแล้ว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2561 รถไฟฟ้าบีทีเอสขบวนแรก จากกรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ได้เดินทางมาถึง ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในวันที่ 6 สิงหาคม 2561 นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ( มหาชน ) ได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าตรวจรับขบวนรถไฟฟ้า บีทีเอสใหม่ ณ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง ซี 0 จ.ชลบุรี นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง กล่าวว่า สำหรับรถไฟฟ้าขบวนแรกนี้ เป็นขบวนรถไฟในจำนวนทั้งหมด 22 ขบวน ที่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจาก บริษัทซีเมนส์ จำกัด เพื่อนำมารองรับปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบัน และส่วนต่อขยาย สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนในเดือนธันวาคม 2561 ประกอบด้วยสถานีรวมทั้งสิ้น 9 สถานี ซึ่งเมื่อปี 2560 ได้เปิดให้บริการ จำนวน 1 สถานีคือ สถานีสำโรง และอีก 8 สถานีที่จะเปิดให้บริการปลายปีนี้ ประกอบด้วย สถานีปู่เจ้า สถานีช้างเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีปากน้ำ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกษา สถานีสายลวด และสถานีสุดท้าย คือ สถานีเคหะฯ และเมื่อส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ และช่วง หมอชิต - สะพานใหม่ –คูคต เสร็จเรียบร้อย รวมทั้งเส้นทางของรถไฟฟ้าในปัจจุบัน ส่งผลให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 68.25 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยและประหยัดเวลา นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กล่าวว่า ขบวนรถไฟฟ้าใหม่ จากบริษัทซีเมนส์ นี้ ทำการออกแบบโดยผลิตชิ้นส่วนต่างๆในเยอรมนี และออสเตรีย เป็นส่วนใหญ่ และนำมาประกอบที่โรงงานของบริษัท Bozankaya ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้ากับบริษัทซีเมนส์ และเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถไฟฟ้าขบวนใหม่นี้ จะมีการปรับรูปโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในขบวนรถที่ช่วยประหยัดพลังงาน และมีพื้นที่จุคนได้มากขึ้นในขบวนรถ เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของบริษัทซีเมนส์ทุกประการ และจะใช้สเปคเดียวกันหรือดีกว่าขบวนรถไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เข้ากันได้กับระบบต่างๆที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์ แต่จะเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดจากผู้ผลิตชั้นนำของโลก เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และลดความหนาแน่นของผู้โดยสารที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

 

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 โครงการรถแท็กซี่สำหรับคนพิการ-ผู้สูงอายุ ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ของบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมออกบู๊ธในงาน Thailand Social Expo 2018
 





    เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 โครงการรถแท็กซี่สำหรับคนพิการ-ผู้สูงอายุ ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ของบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมออกบู๊ธในงาน Thailand Social Expo 2018 งานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กว่า 90 องค์กร/หน่วยงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2561 ที่เมืองทองธานี

 

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561  บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ การศึกษา ค้นคว้า วิจัย นวัตกรรม และ เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการเมือง และ การบริการสาธารณะ
 

    เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561  บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ การศึกษา ค้นคว้า วิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการเมืองและการบริการสาธารณะ ร่วมกับ สมาคมการค้าส่งเสริมการส่งออกอุตสหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP) ซึ่งบริษัทมีนโยบายในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการบริหารจัดการเมืองและการบริการ การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบริหารเมืองอัจฉริยะ - Smart City BMA 4.0 และการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนด้านการบริหารจัดการอุตสหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.

 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 รพ.บำรุงราษฎร์ เยี่ยมชมการกำจัดขยะ เตาเผามูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพธนาคม
 



    เมื่อวันที่ 20 ก.ค.61 ฝ่ายบริหารงานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เข้าเยี่ยมชม ดูขั้นตอนกระบวนการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ และตรวจประเมินเตาเผาขยะติดเชื้อของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะเป็นผู้รับกำจัดขยะติดเชื้อโดยวิธีการเผาที่อุณหภูมิสูง ด้วยเตาเผามูลฝอยติดเชื้อให้กับโรงพยาบาลฯ ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยติดเชื้ออ่อนนุช

 

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ‘กรุงเทพธนาคม’ ร่วมพิธีเปิดงาน “InterCare Asia 2018” ยกระดับผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 

   ‘กรุงเทพธนาคม’ ร่วมพิธีเปิดงาน “InterCare Asia 2018” ยกระดับผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อวันที่ 12 ก.ค.61 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ไปร่วมพิธีเปิดงาน อินเตอร์แคร์ เอเชีย 2018 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยมี รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานในการเปิดงาน ซึ่งในงานได้เชิญบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสังคมผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ มาจัดแสดงสินค้า และนวัตกรรมด้านสุขภาพสำหรับผู้สุงอายุ ทั้งนี้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ถือเป็นผู้ดำเนินโครงการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สุงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงโอกาสด้านสุขภาพ การมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และเอื้ออำนวยกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในภายภาคหน้า

 

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 'กรุงเทพธนาคม' ติดตั้ง 'ถังดักไขมันเพื่อชุมชน' ริมคลองภาษีเจริญเฟส 1 ที่ รร.วัดอ่างแก้ว หวังลดปัญหาน้ำเสียในคลอง
 



.   กรุงเทพธนาคม' ติดตั้ง 'ถังดักไขมันเพื่อชุมชน' ริมคลองภาษีเจริญเฟส 1 ที่รร.วัดอ่างแก้ว หวังลดปัญหาน้ำเสียในคลอง เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.61 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กล่าวเปิดงาน 'KT สร้างถังดักไขมันเพื่อชุมชนริมคลองภาษีเจริญ' โดยให้คนในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำชุมชน ในเรื่องปัญหาขยะ และสิ่งปฏิกูลในคลองภาษีเจริญที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองภาษีเจริญ ที่โรงเรียนวัดอ่างแก้ว เขตภาษีเจริญ และติดตั้งถังดักไขมันต้นแบบ (เฟสที่ 1 ) ให้กับชุมชนเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ในอนาคต ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากชุมชนบางปรอก อำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี มาอบรมให้ความรู้ และบอกถึงประโยชน์เกี่ยวกับถังดักไขมัน อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ เนื่องด้วยถังดักไขมันนั้นช่วยดักกรองเศษอาหาร ที่มาจากซิงค์ล้างจานทำให้ท่อน้ำไม่อุดตัน และน้ำจากซิงค์ที่ไหลลงสู่คลองภาษีเจริญมีสภาพที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาขยะ และน้ำเน่าเสียได้มากขึ้น ทัศนียภาพในคลองภาษีเจริญก็จะกลับมาสวยงามดังเดิม และทางบริษัทจะลงพื้นที่สำรวจแนวคลองภาษีเจริญเพื่อจะทำการติดตั้งถังดักไขมันให้กับชุมชนต่าง ๆ ตามความเหมาะสมต่อไป

 

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เวลา 11:33 น.  บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมออกบูธในงาน "เมืองเป็นมิตรของคนสูงวัย นวัตกรรมยุคใหม่ 4.0" และได้รับมอบโล่เชิดชูเกียรติในฐานะองค์กรที่สนับสนุนการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ
 











. · บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมออกบูธในงาน "เมืองเป็นมิตรของคนสูงวัย นวัตกรรมยุคใหม่ 4.0" โดยประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการทดลองเดินรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยโครงการบริหารจัดการทดลองเดินรถสำหรับผู้พิการ-ผู้สูงอายุ ต้องใช้รถเข็น (Wheelchair) หนึ่งในโครงการของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในเรื่องการเดินทางของผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นให้เกิดความเท่าเทียมกันกับคนทั่วไป ตามนโยบายกรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการให้บริการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นให้ได้รับความสะดวกในการเดินทางและสามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน กรุงเทพมหานคร
และ ได้รับมอบโล่เชิดชูเกียรติในฐานะองค์กรที่สนับสนุนการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ จากพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.). ภายในงาน ผู้สูงอายุไทย ก้าวไกลไทยแลนด์ 4.0 'นวัตกรรมเมืองเป็นมิตรกับผู้สูงอายุ' ซึ่งจัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

     เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงโอกาสด้านสุขภาพ การมีส่วนร่วม และวามมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข การที่บริษัทกรุงเทพธนาคม ได้รับโล่เชิดชูเกียรติในฐานะองค์กรที่สนับสนุนการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

     บริษัทมีโครงการบริหารจัดการทดลองเดินรถสำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งให้บริการฟรี และ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในเรื่องการเดินทางของผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นให้เกิดความเท่าเทียมกับคนทั่วไป โดยปัจจุบันบริษัทกรุงเทพธนาคม มีรถให้บริการพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น จำนวน 30 คัน สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ารับการบริการ สามารถเข้ารับบริการได้ฟรี โดยไม่มีใช้จ่าย สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนได้ที่เบอร์ 02-294-6524 ในเวลา 09.00 น.-16.00 น. จากนั้นการเรียกใช้บริการ สามารถติดต่อศูนย์บริการเพื่อทำการนัดหมายสถานที่และเวลาในการรับ-ส่ง (อยู่ใกล้ศูนย์ไหน ติดต่อศูนย์นั้น ) การติดต่อ 09.00น.-16.00น. ศูนย์หนองแขม ติดต่อได้ที่ 090-090-0720 ศูนย์รามคำแหง 40 ติดต่อได้ที่ 090-090-0727 ศูนย์พระราม 3 ติดต่อได้ที่ 090-090-0729

 

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 กรุงเทพธนาคมร่วมหารือกับ 'TSEP' และ 'สถาบันวิจัยจากประเทศจีน เรื่อง แนวคิดเมืองอัจฉริยะ หรือ 'Smart City' เพื่อชาวกรุงเทพมหานคร
 

  " เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 กรุงเทพธนาคมร่วมหารือกับ 'TSEP' และ 'สถาบันวิจัยจากประเทศจีน เรื่อง แนวคิดเมืองอัจฉริยะ หรือ 'Smart City' เพื่อชาวกรุงเทพมหานคร"

 

เมื่อวันที่2 เมษายน 2561 ทางบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมกับกรุงเทพมหานครได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
 



  " ทางบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมกับกรุงเทพมหานครได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและมาตรการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมต่อการดำเนินโครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน
ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โดยจัดการประชุม ณ ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะและของเสียชุมชน ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับเกียรติจาก
รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (คุณชาตรี วัฒนเขจร) เป็นประธานในพิธี ภายในงานนั้นได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดี พร้อมทั้งได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อนำมาเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการต่อไป -"

 

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร นายศรชัย โตวานิชกุล ได้เข้าตรวจราชการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 รอบที่ 1 เมื่อวันพุธที่ 31 มกราคม 2561
 

  " เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร นายศรชัย โตวานิชกุล ได้เข้าตรวจราชการบริษัท
กรุงเทพธนาคม จำกัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 รอบที่ 1 เมื่อวันพุธที่ 31 มกราคม 2561 เพื่อเป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน
พร้อมทั้งปัญหา/อุปสรรค และแนวทางแก้ไขของบริษัท โดยมีนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการและผู้บริหารบริษัทให้การต้อนรับ และนำเสนอข้อมูล"

 

เมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม 2560 ทางกรุงเทพมหานครและบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้จัดงานการสัมมนาผู้ประกอบการสถานบริการสาธารณสุขปี 2560 เรื่องทิศทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร
 





  "เมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม 2560 ทางกรุงเทพมหานครและบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้จัดงานการสัมมนาผู้ประกอบการสถานบริการสาธารณสุขปี 2560
เรื่องทิศทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร ที่โรงแรมดิ เอมเมอร์รัล กรุงเทพมหานคร โดยมีท่านรองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (คุณชาตรี วัฒนเขจร) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาครั้งนี้ "

 

 

ประกาศ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป รถโดยสาร BRT จะเก็บค่าโดยสาร 15 บาท ตลอดสายสำหรับบุคคลทั่วไป
 

  ประกาศ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป รถโดยสาร BRT จะเก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสายสำหรับบุคคลทั่วไป และเก็บค่าโดยสาร 11 บาท สำหรับบุคคลที่ได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร ในส่วนของนักเรียนในเครื่องแบบ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ยังคงฟรีเช่นเดิม

 

 

บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เพิ่มเติมช่องทางการติดตามข่าวสารทางทวิตเตอร์ เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง
 


  ตอนนี้ทางกรุงเทพธนาคมเพิ่มเติมช่องทางการติดตามข่าวสารทางทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง สามารถเข้าไปกด follow ที่ KT-กรุงเทพธนาคม (@KTthanakom): https://twitter.com/KTthanakom?s=06

 

 

วันที่ 3 เมษายน 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สำโรง เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ซึ่งกรุงเทพมหานครให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรีจนถึงสิ้นปี 2560 จากเดิมสิ้นสุด 30 เมษายนนี้
 



   นายกรัฐมนตรีตัดริบบิ้นเปิดเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พร้อมให้บริการฟรีจากสถานีแบริ่ง-สำโรง ตลอดเดือนเม.ย.นี้ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกและโดยสารรถไฟฟ้าจากสถานีสำโรง – แบริ่ง โดยได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณชั้นจำหน่ายตั๋ว (ชั้น 2) สถานีสำโรง (E15) และชมนิทรรศการแสดงความเป็นมาของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว จากนั้นขึ้นไปยังชานชาลา เพื่อทำพิธีเปิด อีกทั้งชมวิธีการควบคุมการเดินรถภายในห้องควบคุม โดย นายกรัฐมนตรีและคณะได้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสำโรง (E15) ไปยังสถานีแบริ่ง (E14) จำนวน 1 สถานี ด้วย นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล

    ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานผลการดำเนินงาน ว่า รฟม.ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ได้ดำเนินการตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชน ระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร รวมจำนวน 9 สถานี ซึ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแผนงานตั้งแต่ปลายปี 2559 ในส่วนของการเดินรถนั้น คณะกรรมการจัดระบบการจราจร (คจร.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.58 เห็นชอบให้ กทม.เป็นผู้เดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

    โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.59 กทม. รฟม. และกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มอบหมายให้ กทม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ตามมติ คจร. ต่อไป พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า กทม.ได้มอบหมายให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้ามาดำเนินงานติดตั้งระบบการเดินรถไฟฟ้า ประกอบด้วย ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมถึงระบบการสื่อสาร โดยได้เปิดทดลองเดินรถไฟฟ้าเสมือนจริง จำนวน 1 สถานี จากสถานีแบริ่ง - สถานีสำโรง เมื่อวันที่ 15 มี.ค.60 รวมถึงซักซ้อมการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยและให้บริการประชาชน ซึ่งในวันนี้ กทม. มีความพร้อมที่จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการ โดยไม่เก็บค่าโดยสาร ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.60 เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว บรรเทาปัญหาการจราจร ในเขตบางนาและสมุทรปราการ ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งชุมชนที่พักอาศัยจำนวนมาก ทั้งนี้ กทม. จะสามารถเปิดให้บริการสถานีต่างๆ ตลอดเส้นทางเต็มระบบภายในปี พ.ศ. 2561

                                                                 Credit  by www.posttoday.com/biz/gov/488275

 

วันที่ 15 มีนาคม 2560 ได้ร่วมตรวจความพร้อมและทดสอบเดินรถเสมือนจริง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
 

   (ข่าวประชาสัมพันธ์)  -  การทดสอบเดินรถเสมือนจริง สถานีสำโรง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลเอกยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย นายบัณฑิต ศิริตันหยง ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) พร้อมทั้งผู้บริหาร ได้ร่วมตรวจความพร้อมและทดสอบเดินรถเสมือนจริง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง ซึ่งจะเปิดทดลองเดินรถเสมือนจริงและให้บริการประชาชน ในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งด้านระบบขนส่งมวลชน ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งรัดเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุดเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในการนี้คณะผู้บริหารได้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช ซึ่งเป็นสถานีแรกของกรุงเทพมหานคร ไปยังสถานีแบริ่ง โดยมีนายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้การต้อนรับและรับฟังการรายงานภาพรวมของโครงการฯ

    จากนั้นร่วมทดสอบเดินรถเสมือนจริง จากสถานีแบริ่งไปยังสถานีสำโรง เพื่อตรวจความพร้อมในการเปิดใช้บริการของสถานีสำโรง สำหรับสถานีสำโรง เป็นสถานีแรกในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทปราการ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รฟม. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานงานโยธา และ กทม. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการจัดหาและติดตั้งงานระบบรถไฟฟ้า และบริหารจัดการเดินรถส่วนต่อขยาย ตามมติของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 โดยในขณะนี้ รฟม. ได้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ปลายปี 2559 และกทม. ได้ดำเนินการติดตั้งระบบรถไฟฟ้าเพื่อให้สามารถทดสอบเดินรถเสมือนจริงได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบปัญหาใดๆ คาดว่าจะสามารถเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการได้ในวันที่ 3 เมษายน 2560 นี้ ส่วนที่เหลืออีก 8 สถานี คาดว่าจะสามารถเปิดเดินรถได้ตลอดเส้นทางในเดือนธันวาคม 2561 ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 9 สถานี ประกอบด้วย 1.สถานีสำโรง (E15) 2.สถานีศรีนครินทร์ (E16) 3.สถานีเอราวัณ (E17) 4.สถานีโรงเรียนนายเรือ (E18) 5.สถานีสมุทรปราการ (E19) 6.สถานีศรีนครินทร์ (E20) 7.สถานีแพรกษา (E21) 8.สถานีสายลวด (E22) และ 9.สถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) รวมระยะทาง 13 กิโลเมตร มีศูนย์ซ่อมบำรุงพื้นที่ 123 ไร่ หลังสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง และมีอาคารจอดแล้วจรบริเวณสถานีเคหะสมุทรปราการ เนื้อที่18 ไร่ สามารถจอดรถได้ 1,200 คัน



 

วันที่ 15 มี.ค.2560 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานมอบโล่ให้กับผู้สนับสนุนโครงการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น ณ ห้องเจ้าพระยา...
 

    นายบัณฑิต ศิริตันหยง ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้บริษัทดำเนินโครงการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น (Wheelchair) ซึ่งให้บริการตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2555 เป็นต้นมา นับเป็นโครงการนำร่องและเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นโดยเฉพาะ ซึ่งบริษัทได้ดำเนินโครงการแบบ Corporate Social Responsibility (CSR)
และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เนื่องด้วยภาคเอกชนที่มีนโยบายด้าน CSR ได้ให้ความสำคัญกับสังคมผู้พิการและผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน ได้ให้การสนับสนุนโครงการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น (Wheelchair) ประกอบด้วย

1.บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงตามระยะทางเป็นระยะเวลา 5 ปี
2.บริษัทสยามมิชลิน จำกัด ให้การสนับสนุนการบริการดูแลรักษายางรถยนต์รวมถึงเปลี่ยนยางใหม่เป็นระยะเวลา 5 ปี
3.บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนการลดราคาน้ำมันต่ำกว่าท้องตลาด 1 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 5 ปี

    กรุงเทพมหานครมีจำนวนผู้ใช้ Wheelchair ประมาณ 64,000 คน โดยเป็นผู้พิการประมาณ 16,000 คน และผู้สูงอายุประมาณ 48,000 คน ในขณะที่บริษัทมีรถให้บริการจำนวน 30 คัน ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. โดยสรุปมีผู้ขอใช้บริการตั้งแต่ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2555 จนถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 52,219 เที่ยว ในจำนวนนี้ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากรถไม่เพียงพอต่อการให้บริการจำนวน 7,503 ครั้ง เฉลี่ยต่อเดือนมีผู้ใช้บริการกว่า 2,019 เที่ยว โดยแบ่งออกเป็น ผู้พิการคิดเป็นร้อยละ 67.18 และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 32.82 โดยมีผู้ขอใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้จัดลำดับความสำคัญของงาน ดังนี้
   • กลุ่มงานลำดับที่ 1 ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปโรงพยาบาล
   • กลุ่มงานลำดับที่ 2 ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไป สถานที่ราชการและสมาคมต่างๆ
   • กลุ่มงานลำดับที่ 3 ผู้ที่ประสงค์ไปยังสถานที่อื่นๆ

    ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปต่อประชากรทั้งประเทศมากกว่าร้อยละ 10 มาตั้งแต่ปี 2548 และในระยะอันใกล้นี้สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นไปเป็นร้อยละ 25  ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมแผนรองรับสังคมผู้สูงอายุในทุกด้าน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อความสุขในบั้นปลายชีวิตของทุกท่าน เช่น การก่อสร้างโรงพยายบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เป็นต้น



 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
 

     เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ



 

วันที่ 7 มิถุนายน 2559 รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเทฐานรากสะพานข้ามคลองด่านวุฒากาศ
 
        เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 เวลา 9.09 น. นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเทฐานรากสะพานข้ามคลองด่านวุฒากาศ ณ บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า สถานีวุฒากาศ (S11) ในโครงการ “จิตอาสาร่วมปันน้ำใจข้ามคลองด่านวุฒากาศ” ซึ่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัทระบบขนส่งกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กรมทางหลวงชนบท สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักงานเขตธนบุรีและจอมทองและบริษัทพรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบิลท์แลนด์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามคลองด่านถาวร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ 
        หลังจากที่ประชาชนไม่สามารถเดินข้ามคลองได้เนื่องมาจากไม่มีสะพานถาวรและกรุงเทพมหานคร ได้ผ่อนปรนให้สามารถเดินผ่านสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศเป็นการชั่วคราว
       
 

วันที่ 20 มีนาคม 2559 : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะทดสอบเรือต้นแบบในคลองภาษีเจริญ
 
        เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมทดสอบการเรือต้นแบบในคลองภาษีเจริญ ซึ่งเป็นเรือรูปแบบใหม่ที่จะนำมาให้บริการแทนเรือลำเก่าในเส้นทางคลองภาษีเจริญ พร้อมกับตรวจเส้นทางการเดินเรือจากท่าเรือสะพานตากสิน - เพชรเกษม (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าBTS บางหว้า) เขตภาษีเจริญ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีนโยบายสร้างทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนในการเดินทาง และเพื่อลดปัญหาการจราจร จึงได้ให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จัดทำเรือโดยสารภายในคลองภาษีเจริญ และเริ่มเปิดทดลองให้บริการฟรีตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีประชาชนสนใจใช้บริการเฉลี่ยวันละ 3,000 คน
       
 

วันที่ 3 กันยายน 2558 : Yokoohama National University เข้าเยี่ยมชมโครงการ BRT
 
        เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา Prof. Dr. Fumihiko Nakamura Vice President of Foreign Affair, Yokohama National University (จากภาพซ้ายมือคนที่ 3)นำคณะนักศึกษา เข้าเยี่ยมชมและทดลองใช้บริการรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT เพื่อศึกษาวิจัยงานระบบขนส่งในเขตเมือง โดยนายอำนาจ คงไทย ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (คนซ้ายสุด) ให้การต้อนรับ
 

วันที่ 30 มิถุนายน 2558 : งานสัมมนา "การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร"
 


เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้จัดงานสัมมนา "การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร" โดยมีผู้ประกอบการสาธารณสุขเข้าร่วมมากกกว่า 250 ท่าน

ทางบริษัทได้รับเกียรติจากคุณสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานสัมมนาในครั้งนี้ ภายในงานสัมมนาได้ให้ความรู้เรื่อง นโยบายและแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร และสถานการณ์กฎหมายการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุข โดยมีคุณวรนุช สวยค้าข้าว และคุณสมชาย ตู้แก้ว เข้าร่วมเป็นวิทยากรทรงคุณวุฒิ

คุณวรนุช สวยค้าข้าว

คุณสมชาย ตู้แก้ว




 

วันที่ 27 มีนาคม 2558 : ผู้แทนสภามหานครอินชอน สาธารณรัฐเกาหลีเยี่ยมชมโครงการของบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด
 


เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ทางบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับเกียรติจากผู้แทนสภามหานครอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี พาคณะมาเยี่ยมชมโครงการต่างๆที่ทางบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการ ทั้งโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT / โครงการบริหารจัดการทดลองเดินรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ / โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยาย / โครงการทดลองเดินเรือในคลองภาษีเจริญ



 

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2557 : ตรวจความพร้อมของรถบริการผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น
 
  ตรวจความพร้อมของรถบริการผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น


   วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2557 กรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมจัดงานแถลงข่าวงานตรวจความพร้อมรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น 30 คัน โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นประธานในพิธร่วมด้วยรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอมร กิจเชวงกุล และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รวมถึงศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ และผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม คนพิการ และข้าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงานด้วย ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาวาการกรุงเทพมหานคร


 

วันที่ 18 ธันวาคม 2557 : ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
 
  ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
   ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558 (18 ธันวาคม 2557)
 

วันที่ 8 กันยายน 2557 : ขอแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
 
  บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
   ขอแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร (8 กันยายน 2557)
 

วันที่ 16 ตุลาคม 2557 : ขอแสดงความยินดีกับนายสัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานครคนใหม่
 
   บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
   ขอแสดงความยินดีกับนายสัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานคร (16 ตุลาคม 2557)